Mejibray Thailand
Hi...ยินดีต้อนรับพี่ๆ น้องๆ เพื่อนพ้องทุกท่านสู่ "บ้าน Mejibray Thailand"จ้า...บล๊อคนี้จะเป็นสรุป MejibrayTH's Mission ในแต่ละวัน จาก Facebook ของบ้านเรานะคะ ส่วนที่รวบรวมมาลงไว้จะเป็นแปล Tweet & Blog ของสมาชิกทั้งสี่คนจ้า **เราไม่ได้แปลทุกทวีตและทุกบล๊อคนะคะ เลือกมาที่น่าสนใจๆ โดยแปลมาจากต้นฉบับแปลจากญี่ปุ่นเป็นภาษาอังกฤษแล้วเรามาแปลไทยอีกต่อหนึ่งค่ะ** แต่ในส่วนของรูปจะไม่นำมาอับลงในนี้นะคะ ยังไงติดตามได้ที่ Facebook ของบ้านเราค๊า
Showing posts with label visulog. Show all posts
Showing posts with label visulog. Show all posts
Tuesday, February 5, 2013
MEJIBRAY 『DIE KUSSE』VISULOG SPECIAL! INTERVIEW
MEJIBRAY ViSULOG SPECIAL! INTERVIEW
Interviewed by Yamamoto Takaya.
Source: http://visulog.jp/page/special/mejibray201302/index?m=twrt
English Translation by http://heresiarchy.tumblr.com/post/42304180474/mejibray-visulog-special-interview
Thai Translation by Mejibray Thailand
―― บอกตรงๆ เลยนะ ผมเซอร์ไพร์มากกับภาพลักษณ์ของพวกคุณที่ออกมาในคราวนี้
Tsuzuku: นั่นเป็นเพราะว่าผมอยากใส่ไรเดอร์แจ็คเก็ตน่ะ (หัวเราะ)
Koichi: พวกเรานำเสนอในสิ่งที่พวกเราคิดถึงเมื่อนึกถึงคำว่า "punk style" และนี่คือสิ่งที่ออกมา
――ทำไมถึงต้องเป็น “punk style”?
Tsuzuku: แรกเริ่มเลยนะครับ วงดนตรีที่ชื่อว่า “DIE KUSSE”จากหนังสือการ์ตูนของอาจารย์ Kusumoto Maki เรื่อง 「Kissxxxx」 นั้นเป็นวงพังค์
ผมก็เลยคิดว่า พวกเราน่าจะนำความเป็นพังค์ตรงนั้นมาใช้ด้วยเหมือนกัน ผมอยากจะเป็น Kanon (หัวเราะ)
――ผมคิดว่าคุณเป็นวงอื่นนะ (หัวเราะ).
Tsuzuku: นี่แหละที่ผมจะทำให้มันเกิดขึ้น (หัวเราะ) ใครจะไปรู้ว่านับจากนี้ไป Meto-kun จะกลายเป็นอะไร...
――ช่วยพูดถึง 「DIE KUSSE」หน่อยสิครับ เพราะดูแล้วเพลงนี้มีส่วนผสมหลายๆ อย่างในเพลงเลยทีเดียว
MiA: เราขยายส่วนของเพลงออกไปเยอะมาก เพราะว่าเรายัดส่วนที่คิดว่าสำคัญลงไป แต่เป็นเพราะส่วนตรงนี้มันไม่ยาวและมันถูกเรียบเรียงไว้เป็นอย่างดี
「Avalon」 เป็นเพลงที่มีขอบเขตที่ค่อนข้างจะกว้างมาก ดังนั้นผมคิดว่าฐานของคนฟังก็กว้างไปด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น มันจะเป็นเพลงที่แฟนๆ ไฮสคูลของพวกเราจะเอาไปแนะนำให้เพื่อนที่ไม่รู้จักเราได้ฟังได้
ดังนั้นสำหรับผมมันเป็นขั่นตอนของ "กระบวนการที่จะทำให้เด็กที่ไม่ได้เป็นแฟนของพวกเรากลายเป็นแฟนของพวกเรา" ในทางตรงกันข้ามกับ 「DIE KUSSE」 ผมมีจุดมุ่งหมายที่จะให้เด็กที่รู้จัก MEJIBRAY
มาจาก "กระบวนการที่จะทำให้เด็กที่ไม่ได้เป็นแฟนของพวกเรากลายเป็นแฟนของพวกเรา" และ "ทำให้พวกเขากลายเป็นแฟนของเราอย่างสมบูรณ์" และซิงเกิ้ลนี้แหละที่จะฝั่งลงไปสู่ฐานของคนฟัง
――ผมคิดว่า 「DIE KUSSE」 มีความกว้างค่อนข้างมากภายในขอบเขตที่กำหนดไว้นะ
MiA: จริงเหรอ? 「DIE KUSSE」 มีส่วนของ shouting เช่นกัน บางทีนะ เมื่อพูดกับพลังของสิ่งนั้น เราจะได้คำตอบที่ค่อนข้างจะแปลก
เพียงเพระว่าเราใส่ shouting ลงไป ดังนั้นในแง่ที่ว่า 「Avalon」นั้นง่ายที่จะทำให้คนรุ้จัก MEJIBRAY ผมคิดว่าแฟนๆ จะชอบ 「DIE KUSSE」ด้วยเช่นกัน
ก็แต่ตั้งแต่ที่พวกเราเริ่มโลภอ่ะนะ พวกเราอยากครอบครองฐานของแฟนๆ ที่หลากหลาย (หัวเราะ)
――แล้วก็มีส่วนของอะคูสติกกีต้าร์ด้วยเช่นกันและยังในส่วนของเมโลดี้อีก ที่ทำให้ผมไม่รู้เลยว่าในท่อนถัดไปจะเป็นอย่างไร
MiA: ผลรวมของสิ่งที่พวกเราทำมาจนถึงตอนนี้ ผมหวังว่าเราจะสามารถแสดงส่วนหนึ่งของการก้าวไปข้างหน้าให้ทุกคนได้เห็นกัน
Tsuzuku: มันเป็นเพลงที่เต็มไปด้วย...สิ่งต่างๆ มากมาย (หัวเราะ)
――แล้วในส่วนของเนื้อร้องล่ะครับ?
Tsuzuku: เกี่ยวกับการพยายามก้าวต่อไปกับรักครั้งใหม่ เมื่อรักที่ผ่านมาได้จบลง เป็นเรื่องที่ดูเหมือนว่า ที่ไหนกันนะที่ 「EMILY」จะก้าวเดินไป
แต่เนื่องจากมันเป็นแค่เริ่มต้น ไม่ใช่ว่าผมคิดเกี่ยวกับมันมากมายนะ เนื้อร้องก็อย่างที่เขียนไป บางทีมันอาจจะเชื่อมโยงจากตรงนี้เป็นต้นไป หรือบางทีก็อาจจะไม่
และนั่นล่ะ...เป็นหน้าที่ของผมเสมอ ผมเขียนเพลงในแบบที่ผมอยากจะเขียน (หัวเราะ)
――แล้วชื่อ 「DIE KUSSE」ล่ะครับ? คำนี้แปลว่า “จูบ” ในภาษาเยอรมันใช่ไหม?”
Tsuzuku: 「DIE KUSSE」 มันฟังดูเท่ดีนะ ผมก็เลยใช้มันน่ะ ส่วนหนังสือการ์ตูน 「Kissxxxx」นั้นไม่มีส่วนเชื่อมโยงใดๆ กับเพลงนี้นะครับ
――Koichi-kun ตรงไหนที่คุณได้มีส่วนร่วมบ้างกับ 「DIE KUSSE」?
Koichi: ก็เหมือนอย่างเคยครับ...คนที่ไม่ต้องคิดอะไรเลย
ทุกคน : Ahahaha.(หัวเราะพร้อมกัน)
Koichi: ในครั้งนี้เป็นการปลดปล่อยความต้องการของตัวเองอีกเช่นเคย เพียงแค่ตอนนี้ที่ผมบอกว่ามันไม่ดี แต่ด้วยแรงบรรดาลใจและเล่นโดยไม่ต้องคิดอะไรเลย ผมเล่นในแบบที่ผมต้องการจะเล่น
――สิ่งนั้นที่คุณเรียกว่าฉลาดใช่ไหม? (หัวเราะ)
Koichi: มันไม่ใช่ความฉลาด มันคือ avant-garde (หัวเราะ) เหมือนกับว่า ถ้าผมไม่บอกในสิ่งที่ผมคิดออกมาตรงๆ การแสดงของผมก็ไร้ความหมาย เพราะฉะนั้น ในครั้งนี้้จะเป็นของขวัญของแรงบรรดาลใจอีกด้วย
――จังหวะของกลองก็มีรายละเอียดเยอะมากๆ เช่นกัน
Meto: ………………………
Koichi: เขาพูดว่า...ก็ตั้งแต่ที่มีหลายๆ คนบอกเขาว่ากลองนั้นดีนะ แต่พวกมันต่างกันนะ เขาหวังว่าเขาจะสามารถสร้างจังหวะใหม่ๆ อย่างที่เขามุ่งหวังไว้ได้ และเขาก็อยากจะร้องเพลงเช่นกัน
――ในครั้งนี้คุณได้มีส่วนร่วมในรายละเอียดตรงนั้นเช่นกันใช่ไหมครับ?
Meto: ………………………
Koichi: ตอนที่ทำเดโมพวกเขาทำซาวน์ออกมาได้ยุ่งเหยิงมากและมันดูเหมือนว่าพวกนั้นทำให้เขาหลับในระหว่างที่เขากำลังฟังอยู่
――แล้ว MiA-kun ล่ะ? ในส่วนของกีต้าร์โซโล่มันค่อนข้างบ้าคลั่งมากทีเดียว!
MiA: ช่องว่างระหว่างนิ้วหัวแม่โป้งกับนิ้วกลางของผมนั้นกว้าง ดังนั้นในระหว่างที่เล่นอยู่ผมก็สามารถปล่อยออกไปหมดได้เลย
ถึงแม้ว่าที่ผ่านมา ในสตูดิโอผมพยายามที่จะจับให้มันอยู่ด้วยกันเป็นครั้งแรกและ...มันเจ็บมาก (หัวเราะ) ครึ่งหลังของซาวน์ดเลยเหมือนกับเอานิ้ว tapping แต่ความจริงแล้วไม่ใช่
มันคือผมที่กำลังจะบ้ากับปิ๊กและเล่นกีต้าร์ไปพร้อมกับการ tapping มันก็เลยค่อนข้างเร็วนรก
――มีส่วนไหนของ 「DIE KUSSE」 ที่มาจากพวกคุณไหม?
Tsuzuku: That’s what I’m prone to.
Koichi: ตรีมของ MV คือ “dual nature” และนั่นทำให้ผมค้นพบบางสิ่งที่ผมอยากทำมาตลอด ดังนั้น...ผมอยากให้คุณได้เห็น “Alien Koichi” ที่จะมาบุกโลก
เรื่องราวที่ผมสร้างขึ้นมาสำหรับตัวผมเองคือ “Alien Koichi” ที่จะมาขโมยหัวใจและคุณต้องระวังตัว อย่าให้เขาขโมยหัวใจคุณไปได้ (หัวเราะ)
(ผู้แปลภาษาอังกฤษ : เขาใช้คำเรียกเอเลี่ยนว่า Koichian ประมาณว่าเป็นเอเลี่ยนจากดาวที่มีชื่อว่า Koichiแต่ฉันก็ไม่รู้นะมันฟังดูแปลกๆ)
――ทำไมจึงเป็นตรีม “dual nature”ช่วยอธิบายหน่อยสินครับ?
Tsuzuku: พอขั่นตอนต่างๆ ของ 「DIE KUSSE」เสร็จสิ้นและสามารถเปิดเผยได้ ทุกอย่างจะชัดเจนเองว่าทำไมต้องเป็น “dual nature”
――ฉากจูบในตอนจบนั้นน่าประทับใจมากๆ ใช่ไหมครับ
Meto: ………………………
Koichi: เขาบอกว่า อยากให้คุณรอดูฉากที่เขาร้องเพลงอย่างตั้งอกตั้งใจเช่นกันนะ
Tsuzuku: ในนั้นควรจะมีฉากจูบกับ Meto เหมือนกันนะ แต่เนื่องจากลุคของเขาน่ากลัวเกินไป...
ทุกคน : Ahahaha.(หัวเราะโดยพร้อมเพรียงกัน)
Tsuzuku: ผมเองแหละครับที่เดาผิดไป แต่ผมคิดว่า Meto ควรจะดูน่ารักเหมือนกับเด็กผู้หญิงพังค์ๆ และเราก็ได้คุยกันด้วยว่าจะถ่ายฉากที่ผมจูบ Meto และคุกเข่าลงไป
แต่..ความน่ากลัวแบบนั้นไม่สามารถทำให้ผมทรุดลงไปได้หรอก...(หัวเราะ)
Meto: ………………………
Koichi: เขาบอกว่า เขาคิดว่าแบบนี้น่ารักนะ
Tsuzuku: ไอ้คำว่า “น่ารัก” ของนายน่ะ มันตรงกันข้ามกับของฉันน่ะสิ (หัวเราะ) อาจจะน่ารักนะแต่ว่า...
――เสียงคอรัสในช่วงอินโทรเป็นผู้หญิงใช่ไหมครับ?
Tsuzuku: ใช่ครับ นั่นไม่ใช่ Meto
MiA: ส่วนนั้นถูกบันทึกเสียงที่กรีซครับ
――กรีซ?
MiA: พวกเรามีเพื่อนอยู่ที่กรีซ (SOPHIA ex.BLOOD STAIN CHILD) เป็นคนที่เราส่งข้อมูลไปให้แล้วก็บอกกับเธอว่า "ร้องซะ" แล้วเธอก็บันทึกเสียงที่กรีซแล้วส่งกลับมาให้เรา
Tsuzuku: ดูเหมือนว่าที่โน้นจะมีความชื้นที่ต่างไปนะ (หัวเราะ) ผมรู้สึกเหมือนกับว่าเสียงสูงมันแห้งๆ แบบกรีซ (หัวเราะ)
――สำหรับเพลง 「VIOLET」เนื้อร้องนี่น่าสนใจมากๆ
Tsuzuku: ผมก็แค่เขียนเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ในหัวผม ดังนั้นผมก็เลยไม่มีปัญหากับมันและผมเขียนมันอย่างราบรื่นรวดเดียวจบ เวลาที่ผมเขียนสิ่งที่อยู่ในหัวออกมา
มันจะมีอยู่สองรูปแบบ: อย่างแรกการเขียนจากประสบการณ์ในอดีตของผมอย่าง 「VIOLET」 อย่างที่สอง ผมเขียนจากสิ่งที่ผมกำลังคิดอยู่
แต่การเขียนในสิ่งที่ผมกำลังคิดอยู่นั้นมันง่ายกว่าและมันเป็นความรู้สึกเดียวกันกับในเวลาที่ผมเขียนต้นฉบับสำหรับคอลัมน์แปลกๆ ของผมนั่นแหละ
――ผมคิดว่ามีประเภทของเนื้อเพลงบางแบบที่จริงๆ แล้วทำให้คุณคิด
Tsuzuku: หลังจาก one-man tour ผมมีเรื่องยุ่งยากสารพัด ผมก็เลยเขียนแบบที่ไม่คิดเลย
――ถูกเรียบเรียงโดย MiA-kun ใช่ไหมครับ?
MiA: เรามี 「Black baccarat」และ 「Invisible Tower maker」 และเพลงนี้ที่เหมือนกับเป็นภาคสามของทั้งหมด
ทุกคนชอบเพลงที่มีเมโลดี้ที่ชัดเจนและจะทำให้คุณติดหู ดังนั้น..ผมก็เลยทำมันขึ้นมาโดยมีสิ่งนี้อยู่ในใจตลอดเวลา นี่เป็นสิ่งที่ผมอยากจะสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นรูปแบบของ MEJIBRAY
Koichi: เพลงนี้เป็นเพลงที่ผมเล่นโดยไม่ต้องคิด (หัวเราะ) แรกเลยผมก็กดลงไปบนสายเหมือนกับ "อย่างนี้สิ, อย่างนี้สิ, อย่างนี้สิ" หลังจากนั้นก็ตบลงไปเหมือนกับ "หรือว่าตรงนี้?"
Tsuzuku: 「D.E.INCUBUS」 ก็เหมือนกัน (หัวเราะ).
Koichi: ถ้าฉันสามารถมองเห็นการเคลือนไหวของตัวเองได้อ่ะนะ ฉันสามารถก๊อบปี้มันได้ดีกว่าแค่ได้ฟังมันซะอีก
Tsuzuku: ฉันช่วยไม่ได้ แต่...รอดูบทสัมภาษณ์เรื่องราวส่วนตัวของ Koichiแบบเจาะลึกกันนะครับ (หัวเราะ)
Meto: ………………………
Koichi: เขาบอกว่า เพราะมันเป็นเพลงซึ่งมีอารมณ์เป็นส่วนสำคัญ เขาวางความสำคัญไว้กับอารมณ์ตรงนั้นนะ และเขาก็บอกว่าตอนที่มันวางอยู่ในแนวเดียวกับ
「Black baccarat」และ 「Invisible Tower maker」 เขาไม่อยากให้มันดูเหมือนกับเป็นเพลงเดียวกัน ดังนั้นเขาก็เลยสงสัยว่าจะทำให้มันดีขึ้นและแตกต่างกันได้อย่างไร
――「WANT」 มีกลิ่นอายแบบเดียวกันเป๊ะกับอิมเมจที่ออกมาในขณะนี้ใช่ไหมครับ?
Tsuzuku: ครับ...ใช่แล้วล่ะ เพราะว่าเราก็อยากจะทำเพลงพังค์บ้างเหมือนกันนะ
――คุณยังมีเพลงแบบอื่นอีกไหม?
Tsuzuku: เรามี 「Chameleon YUMMY」ที่รวมอยู่ในอัลบั้มซึ่งดูแล้วจะเป็น heavy versionของมัน ผมคิดว่าเพลงนี้เป็นประเภท Koichi “เล่นโดยไม่ต้องคิด” อย่างมาก
Koichi: ใครก็บอกฉันอย่างนั้นแหละ (หัวเราะ) และสำหรับเสียงร้องคอรัสของเพลง “WANT” เรารวบรวมเพื่อนๆ ของพวกเรามาและทั้ง 30 คนร้องเพลงนี้ให้พวกเรา
Tsuzuku: ในขณะที่แก้ผ้าด้วย…
ทุกคน: Ahahaha.(ทุกคนฮากลิ้ง)
――มันเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่มากนะ คน 30 คน มารวมร้องเพลงในขณะที่แก้ผ้าเนี่ย (หัวเราะ).
Koichi: มีคนที่แก้ผ้าจริงๆ นะ แต่ไม่ใช่ทุกคน (หัวเราะ). สำหรับสิ่งนี้บรรยากาศเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าการสร้างคีย์ของเพลงนะ ดังนั้นประตูของสตูดิโอก็เลยเปิดกว้างไว้ตลอดและเราอัดเสียงกันแบบรวดเดียวเสร็จ
Tsuzuku: เป็นเรื่องที่ดีนะ ที่เราสามารถบันทึกบรรยากาศตรงนั้นไว้ได้ ส่วนของเสียงร้องก็เช่นกันการร้องแบบรวดเดียวจบแต่มันทำให้ผมค่อนข้างเหนื่อย แต่ผมคิดว่ามันจะต้องสนุกเมื่อถึงเวลาแสดงสด
MiA: การบันทึกเสียงของคุณคนล้วนแล้วแต่เป็นแบบรวดเดียวจบและการทำแบบนี้ถ้ามีใครสักคนทำผิดพลาดในช่วงกลาง เราก็จะเริ่มมันใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ตอนต้น
(Admin A / การร้องแบบรวดเดียวจบคือการอัดเสียงร้องแบบไม่มีเทค ถ้ามีส่วนไหนพลาดหรือคนไหนพลาดก็คือต้องเริ่มร้องตั้งแต่ต้นใหม่ จะไม่มีการตัดต่อเสียงเพื่อเอาเสียงที่สมบูรณ์มาแก้ส่วนที่บกพร่อง)
――ช่วยกรุณาเล่าเกี่ยวกับเนื้อเพลงหน่อยสิครับ
Tsuzuku: มันก็เป็นอย่างที่เขียนใส่ลงไปครับ เพลงนี้เป็นเพลงเกี่ยวกับ "การถูกขโมยความรัก"
――ในส่วนกีต้าร์มีส่วนคล้ายหรือว่าแตกต่างจากทั้งสองเพลงแรกมากไหมครับ
MiA: สำหรับเพลงนี้..ผมเล่นด้วยความเร็วมากๆ เลยครับ
――ในกรณีนี้ ผมคิดว่าผมคงจะต้องถาม Koichi-kun เช่นกัน
Koichi: Nah…, ผมก็เล่นไปโดยที่ไม่ต้องคิดอีกนั่นแหละ (หัวเราะ) ผมตั้งใจเล่นในแบบ avant-garde punk
ทุกคน : Ahahaha.(หัวเราะโดยพร้อมเพียงกัน)
Koichi: เพลงนี้นะครับ ส่วนของเบสเราใช้เบสที่ได้รับการกล่าวขวัญว่าเยี่ยมยอดที่สุดในญี่ปุ่น นั่นคือ「Rickenbacker」
Tsuzuku: ดีที่สุดในญี่ปุ่นในความคิดของ Koichiนายจะหมายความแบบนี้ใช่ไหม?
Koichi: ฉันคิดว่ามันเจ๋งที่สุดในญี่ปุ่นและตอนที่ฉันเห็นตัวเองสะพายมันอยู่จากกระจกเนี่ยนะ ฉันรู้สึกว่า "สิ่งที่เห็นอยู่เนี่ยใช้ได้เลยนะ" (หัวเราะ)
Tsuzuku: นายบอกว่า "เยี่ยมยอดที่สุดในญี่ปุ่น" แต่..ไอ้เจ้าเนี่ยมันไม่ใช่เบสของญี่ปุ่นนะ
ทุกคน : Ahahaha.(ปล่อยก๊ากหงายเงิบโดยพร้อมเพรียงกัน)
Koichi: ถูกต้องนะคร๊าบบบบ (หัวเราะ).
――แล้ว Meto-kun ล่ะ ?
Meto: ………………………
Koichi: ในฐานะที่เป็นมือกลองที่อยากจะร้องเพลง แต่...ทำไม่ได้ เขาไม่ชอบมันเลย
――ถึงแม้ว่ามันจะเป็นพังค์ แต่ก็ยังมีส่วนที่ทำให้จำได้ว่าเป็น Mejibray
Tsuzuku: ในช่วงกลางตรงนั้นเป็นส่วนผสมของอารมณ์ และตรงนั้นแหละที่ทำให้จำได้
――ยังมีอะไรอีกไหมที่คุณอยากจะใส่ลงไปในซิงเกิ้ลนี้?
Tsuzuku: พูดคำนี้ avant-garde (หัวเราะ).
Koichi: เพราะว่าพวกเรามีสิทธิ์ในการจะกระจาย avant-garde ออกไปทุกๆ วัน ผมหวังว่าคุณจะยังคงจับตาดูนับจากนี้ต่อไป
Meto: ………………………
Koichi: เขาพูดว่า ในความคิดเขาส่วนของการมิกซ์ก็แตกต่างจากที่เคยทำมาเช่นกันนะครับ และเขาอยากให้คุณฟังมันดีๆ และกรุณาจดไว้เลยนะเพราะตรงนี้สำคัญมาก
อย่าให้ “Alien Koichi” เอาฟันกราม (molars) ของคุณไปด้วยไม่ใช่เพียงแค่หัวใจของคุณนะ
――ทำไมถึงต้องเป็นฟันกราม?
Tsuzuku: เพราะฟันกรามซี่ที่ 3 (wisdom teeth)ก็แค่ปวดใช่ไหม?
(ผู้แปลภาษาอังกฤษ: ในขณะที่ฟันกรามซี่ที่ 3 ปวดแต่คุณไม่ต้องมีมันก็ได้ แต่ฟันที่คุณต้องดูแลรักษาคือ ฟันกรามสำหรับบดเคี้ยว (molars)
ทุกคน: Ahahaha.(ขำ..หงายเงิบยกวง)
――การแสดงสดของ MEJIBRAY มีเอกลักษณ์ที่ทุกคนต่างจดจำได้ พวกคุณสร้างมันขึ้นมาได้อย่างไร?
Meto: ………………………
Koichi: เขาพูดว่า...มันเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ
Tsuzuku: มันไม่ใช่ว่าพวกเราทำได้ตามแพลนที่วางไว้ ในตอนเริ่มแรกน่ะ มีความต่างตรงที่ Meto ขึ้นมาบนเวทีด้วยเก้าอี้วิลแชร์และนั่นแหละที่ทำให้กลายเป็นอิมเมจของเรา
มันไม่ใช่เราพูดเจาะจงว่า "พวกเราอยากทำแบบนี้" แต่ในเวลาที่พวกเรา 4 คนยืนอยู่บนเวทีพวกเรากลายเป็นหนึ่งเดียวด้วยชื่อ MEJIBRAY ที่ทุกคนรู้จัก โดยไม่คำนึงถึงสถานที่หรือว่า setlist
――พวกคุณประกาศออกมาแล้วถึงทัวร์ที่จะมีขึ้นถึง 2 ทัวร์ด้วยกัน คุณคิดว่ามันจะเป็นอย่างไร?
Meto: ………………………
Koichi: เขาพูดว่า...ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างจะผ่านพ้นไปด้วยดี
Meto: ………………………
Koichi: เขาพูดว่า พวกเราควรที่จะพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อมาตรฐานสำหรับไลฟ์ที่ดียิ่งขึ้น
MiA: เราอยากจะทำให้ทัวร์ของเราเป็นทัวร์ที่ทำให้คุณรู้สึกว่า อยากที่จะมาดูไลฟ์ครั้งหน้าของเราอีกน่ะครับ
Koichi: ทัวร์ที่จะไม่ทำให้พวกคุณเสียใจเลยที่มา
――อะไรเป็นสาเหตุให้คุณเปลี่ยนชื่อทัวร์?
Tsuzuku: เพราะมันจะมีบางสิ่งเกิดขึ้น...ใช่ไหม...
Koichi: ก็มีบางสิ่งเกิดขึ้นกับ MEJIBRAY มาโดยตลอด ดังนั้น...โปรดรอคอยมันนะ
_______________________
(ผู้แปลภาษาอังกฤษ / ……ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลย! ฉากจูบบ้าอะไรนั่นที่พวกเขาพูดถึงกัน?? ฉันไม่เห็นมันสักนิดจากคลิปมืดทะมึนของ DIE KUSSE PV เดาว่าพวกเราคงจะต้องรอีกวันหรือสองวันล่ะนะ)
Special Thank: http://heresiarchy.tumblr.com Thank you so...so much for your hard work. xoxo
Labels:
interview,
Koichi,
mejibray,
mejibray thailand,
mejibrayth,
Meto,
MiA,
thai,
Translation,
Tsuzuku,
visulog
Subscribe to:
Posts (Atom)
